ซองฟอยล์แบบไหนเหมาะกับสินค้าอาหาร? เลือกอย่างไรให้เก็บได้นานขึ้น

ถุงฟอยล์ใส่อาหาร ใส่ขนมขบเคี้ยว

การเลือกซองฟอยล์ ให้เหมาะกับธรรมชาติและส่วนผสมของสินค้าอาหาร

การเลือกบรรจุภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมอาหารในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงเรื่องของความสวยงามบนชั้นวางจำหน่ายหรือการดึงดูดสายตาเท่านั้น แต่คือหัวใจสำคัญในการรักษาคุณภาพ รสชาติ กลิ่น เนื้อสัมผัส และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ การเลือกใช้ซองฟอยล์ (Foil Pouch) จึงเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่ เนื่องจากมีคุณสมบัติในการป้องกันปัจจัยภายนอกที่เป็นตัวการทำให้อาหารเสื่อมสภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม สินค้าอาหารแต่ละชนิดมีคุณสมบัติเฉพาะตัวและส่วนผสมที่แตกต่างกัน การเข้าใจหลักการเลือกบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนตัว (Flexible Packaging) ให้สอดคล้องกับธรรมชาติของอาหาร จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยยืดอายุการเก็บรักษา (Shelf Life) ได้อย่างยาวนานที่สุด และช่วยลดความเสียหายจากการเน่าเสียระหว่างการขนส่ง อีกทั้งยังเป็นการรักษาคุณลักษณะของสินค้าไว้ได้อย่างครบถ้วนที่สุด

ทำไมซองฟอยล์ ถึงตอบโจทย์การบรรจุอาหารอย่างบริบูรณ์

กระบวนการเสื่อมสภาพของอาหารส่วนใหญ่เกิดจากปัจจัยหลัก 3 ประการ คือ แสงแดดและรังสี UV, อากาศหรือออกซิเจน (Oxygen), และความชื้น (Moisture) ซึ่งการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีโครงสร้างกั้นผ่านสูง (High Barrier) จะช่วยตัดวงจรปัจจัยเหล่านี้ได้อย่างเด็ดขาด

1. ป้องกันแสงแดดและรังสี UV

แสงแดดและแสงไฟในร้านค้าเป็นตัวการเร่งปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidation) ในอาหารที่มีไขมันหรือน้ำมันสูง ส่งผลให้อาหารเกิดกลิ่นเหม็นหืน รสชาติเปลี่ยน และทำให้คุณค่าทางโภชนาการรวมถึงสีตามธรรมชาติของอาหารสูญเสียไป การเลือกใช้ชั้นอะลูมิเนียมฟอยล์ (Aluminum) ที่สามารถสะท้อนแสงแดดได้เกือบ 100% จึงช่วยคงคุณภาพและความสดใหม่ของอาหารไว้ได้ยาวนานที่สุด

2. ควบคุมความชื้นและป้องกันอากาศเข้า-ออก

ความชื้นเป็นศัตรูตัวฉกาจที่ทำให้ขนมขบเคี้ยวและอาหารอบกรอบสูญเสียความกรอบ และยังเป็นตัวการหลักที่ทำให้เกิดเชื้อรา ขณะที่ออกซิเจนเป็นปัจจัยที่ทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโต การใช้ฟิล์มหลายชั้นประกบติดกันจะช่วยปิดกั้นโมเลกุลของน้ำและอากาศไม่ให้ซึมผ่านเข้าสู่ภายในบรรจุภัณฑ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เจาะลึกการเลือกซองฟอยล์ ให้เหมาะกับกลุ่มอาหารแต่ละประเภท

เพื่อให้สินค้าสามารถเก็บรักษาได้ยาวนานที่สุดและคงคุณภาพสูงสุดจนถึงมือผู้บริโภค เจ้าของแบรนด์สามารถพิจารณาคัดสรรโครงสร้างบรรจุภัณฑ์ตามประเภทของผลิตภัณฑ์อาหารดังนี้:

1. กลุ่มขนมขบเคี้ยว ถั่ว และอาหารอบกรอบ

อาหารกลุ่มนี้ต้องการความกรอบสูงและมีความเสี่ยงต่อการเหม็นหืนง่ายจากน้ำมัน เหมาะกับการเลือกใช้ซองฟอยล์ โครงสร้าง PET/AL/LLDPE หรือฟิล์มเมทัลไลซ์ (MPET) ที่มีคุณสมบัติกั้นความชื้นและออกซิเจนได้ดี หากต้องการประหยัดต้นทุนลง สามารถเลือกใช้โครงสร้างที่ใช้ฟิล์มสังเคราะห์เกรดอาหารควบคู่กับกระบวนการอัดก๊าซไนโตรเจน (Nitrogen Flushing) เพื่อช่วยถนอมความกรอบและป้องกันการแตกหักระหว่างขนส่ง

2. กลุ่มอาหารแห้ง แป้ง และเครื่องดื่มผง

สินค้าประเภทผง เช่น กาแฟผง ชาผง หรือเวย์โปรตีน มักมีความอ่อนไหวต่อความชื้นเป็นพิเศษ หากโดนความชื้นจะจับตัวเป็นก้อนทันที ควรเลือกใช้ซองทรงตั้งติดซิปล็อค (Stand-up Zipper Pouch) เพื่อให้ผู้บริโภคเปิด-ปิดใช้งานได้สะดวกหลายครั้ง โดยวัสดุชั้นในสุดต้องเป็นฟิล์ม LLDPE เกรดพิเศษที่ไม่ทำปฏิกิริยาเคมีกับส่วนผสมในอาหาร

3. กลุ่มอาหารพร้อมทานและอาหารฆ่าเชื้อด้วยความร้อน (Retort Pouch)

สำหรับอาหารที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ เช่น แกงสำเร็จรูป น้ำซุป หรือกับข้าวพร้อมทาน ที่ต้องผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนและความดันสูง (Sterilization) จำเป็นต้องใช้ซองประเภท Retort Pouch ซึ่งเป็นซองฟอยล์ ชนิดทนความร้อนสูง ทนทานต่อแรงดันในหม้อนึ่ง และไม่ปล่อยสารตกค้างออกมาปนเปื้อนในอาหาร มั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัย

JIUHTAY ผู้เชี่ยวชาญด้านบรรจุภัณฑ์ซองฟอยล์ เพื่ออุตสาหกรรมอาหาร

การเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ถูกต้องและมีมาตรฐาน ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคในระยะยาว จิไท (JIUHTAY) พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ที่เคียงข้างแบรนด์ของคุณด้วยบริการรับผลิต ซองฟอยล์ บรรจุอาหารอย่างครบวงจร รองรับเทคโนโลยีการพิมพ์ความละเอียดสูงทั้งระบบ Digital สำหรับลอตทดลอง และระบบ Flexo สำหรับงานอุตสาหกรรม ภายใต้การควบคุมการผลิตตามมาตรฐานสากล ISO 9001 เรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำแนะนำในการคัดสรรโครงสร้างฟิล์มที่เหมาะสมกับสินค้าแต่ละประเภท เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของคุณเก็บรักษาได้ยาวนาน ปลอดภัย สะอาด และโดดเด่นบนชั้นวางจำหน่ายอย่างมั่นใจ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อเรา

Phone

0969 646 888

Add line

@Jiuhtay

E-mail us

sales.team@juihtay.net

Facebook
Twitter
LinkedIn

บทความอื่นๆ